วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2557

SEO คือการปรับแต่งโครงสร้างเพื่อที่จะให้มีผลดีต่อการค้นหาจากSearch Engine ช่วยให้เว็บไซต์ได้รับการประเมินที่ดี ส่งผลให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆของหน้าแรกของ Search Engine ลองนึกภาพว่าในหน้าผลการค้นหาสินค้าหรือ บริการ ด้วยGoogle เมื่อทำการค้นหาแล้วเจอเว็บไซต์ของคุณอันดับแรก สิ่งที่จะตามมาคือ ยอดขายสินค้าหรือ บริการ กลายเป็นที่รู้จักกันอย่างไม่ต้องทำการโปรโมตเว็บไซต์ ซึ่งการทำSEO มีข้อดีคือ เป็นเหมือนการโฆษณา และได้ผลดีเยี่ยม หากติดตลอดก็คงไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณานั้นเอง เป็นการลงทุนที่ไม่มากเท่าโฆษณา
 
นักทำSEOนั้นไม่สามารถกำหนดแนวทางในการทำSEOได้ตลอดเนื่องจาก บางครั้งการทำSEOก็คือทำเว็บไซต์ธรรมดาให้ขึ้นมาอยู่อันดับแรกๆ แต่ที่Googleต้องการแสดงในหน้าผลการค้นหาคือ เนื้อหาที่มีประโยชน์ต่อผู้ค้นหามากที่สุด ดังนั้นหลักการทำSEOก็จะถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้เว็บไซต์ที่ไร้คุณภาพโผล่ขึ้นมาตลอด ดังนั้นGoogleจึงพัฒนาตัวตรวจวัดคุณภาพของเนื้อหาและ คุณภาพของเว็บไซต์อยู่ตลอด ดังนั้นการทำSEOจึงไม่มีวันหยุดอยู่กับที่ ต้องเปลี่ยนไปตลอดเวลา ผู้ทำก็ต้องศึกษาหาเทรนใหม่ๆ ที่สามารถทำให้ได้ผลทางSEOต่อเว็บไซต์ไปอย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีวันหยุดพัก


การทำSEOเป็นส่วนประกอบของการทำIM (Internet Marketing) ซึ่งแปลตรงตัวก็คือการทำตลาดทางออนไลน์หรือ ทางอินเตอร์เน็ตนั้นเอง การทำตลาดออนไลน์มีหลายด้านทั้งการทำเว็บไซต์, ปรับแต่งเว็บไซต์, ใช้งานSocial Media, Email-Marketing, การลงทะเบียนรับข่าวสารพิเศษ เป็นต้น หากจะทำให้ครบวงจรเชื่อว่า ไม่สามารถหาบุคคลใดที่สามารถทำไดครบวงจรด้วยตัวคนเดียว จำเป็นจะต้องมีทีมงานที่ชำนาญเฉพาะด้านแต่ละด้านมารวมตัวกัน ดังนั้น ปัจจุบันบริษํทต่างๆ ยังขาด บุคลากรที่จะมารับทำในส่วนนี้ ทำให้การรับจ้างทำการตลาดให้บริษัทต่างๆมีราคาแพงมาก แต่ผลที่ได้รับก็ค่อนข้างคุ้มค่า เนื่องจากสามารถใช้การขายผ่านทาง Online และ Offlineได้อย่างเต็มประสิทธิ์ภาพนั้นเอง


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น